วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37 นำจิตอาสา จัดกิจกรรมปลูกพันธุ์ไม้เฉลิมพระเกียรติฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 ที่บริเวณดอยเจดีย์ มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช


ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37 นำจิตอาสา  จัดกิจกรรมปลูกพันธุ์ไม้เฉลิมพระเกียรติฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา 90 พรรษา 12  สิงหาคม 2565 ที่บริเวณดอยเจดีย์  มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช

พลตรี ประพัฒน์   พบสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37/ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37  พร้อมด้วย ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพล จิตอาสา 904  รด.จิตอาสา และกำลังพลจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37  จัดกิจกรรมปลูกพันธุ์ไม้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12  สิงหาคม 2565  ณ บริเวณดอยเจดีย์  มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีกำลังพลจาก หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 , กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 37 เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย ประมาณ 200 คน ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด 
















# จิตอาสาพระราชทาน เราทำความดีด้วยหัวใจ# น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

# เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน# พิทักษ์ราชัน ปกป้องประชา รักษาแผ่นดิน

ภาพข่าวศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 3  (นกพิราบศูนย์ข่าว พิจิตร) รายงาน 0831671688


วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565

เรือกาบ ขนยาบ้าข้ามโขง !! ทหารพราน 31 ร่วม หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตเชียงราย สกัดทัน ริมชายฝั่งน้ำโขง ยึดยาบ้า 5.4 ล้านเม็ด พร้อม ไอซ์ เฮโรอีน ....


เรือกาบ ขนยาบ้าข้ามโขง !! ทหารพราน 31 ร่วม หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตเชียงราย สกัดทัน ริมชายฝั่งน้ำโขง ยึดยาบ้า 5.4 ล้านเม็ด พร้อม ไอซ์ เฮโรอีน ....

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2565 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบลำเลียงขนยาเสพติดจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) เข้ามายังราชอาณาจักรไทย บริเวณป่าช้าไม่ระบุพื้นที่หมู่บ้าน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 จึงได้จัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ บูรณาการร่วมกับ  สถานีเรือเชียงแสน หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตเชียงราย (นรข.เชียงราย), หมวดตำรวจตระเวนชายแดนที่ 3273 วางกำลังซุ่มเฝ้าตรวจตามแผนสกัดก้านยาเสพติดตามลำน้ำโขง ตั้งแต่บริเวณบ้านสวนดอก  ตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน ถึง บ้านดอนที่ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

ต่อมาเมื่อเวลา 20.15 น. ชุดเฝ้าตรวจของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตเชียงราย ได้ตรวจพบ เรือกาบ จำนวน 1 ลำ ภายในเรือมีกลุ่มบุคคล จำนวน 3 คน พร้อมบรรทุกวัตถุต้องสงสัยแล่นมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้ามาเทียบชายฝั่งบริเวณบ้านสบยาบ หมู่ที่ 2 ตำบลแม่เงิน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย พร้อมทั้งตรวจพบ กลุ่มบุคคล จำนวน 2 คน เดินเข้าไปยังบริเวณที่เรือกาบจอดเทียบชายฝั่งและได้ช่วยกันนำวัตถุต้องสงสัยจากเรือดังกล่าวขึ้นมายังบริเวณชายฝั่ง เจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตเชียงราย จึงได้แสดงตนเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่เมื่อกลุ่มบุคคลจำนวนดังกล่าว พบเห็นเจ้าหน้าที่ กลุ่มบุคคลชาย จำนวน 3 คน ที่อยู่บนเรือ จึงได้แล่นเรือข้ามกลับไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนกลุ่มบุคคลชายอีก จำนวน 2 คน ได้อาศัยความมืดหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกไล่ติดตามแต่ไม่สามารถติดตามตัวได้

ต่อมา เจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตเชียงราย จึงได้ขอรับการสนับสนุนกำลังพลจาก ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 และกองร้อยทหารพรานที่ 3104 เพื่อเข้าที่ขายสถานการณ์ พร้อมทั้งตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุตรวจพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า จำนวน 27 กระสอบ ประมาณ 5,400,000 เม็ด,ยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ไอซ์) จำนวน 6 กระสอบ ประมาณ 120 ห่อ และยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) จำนวน 6 กระสอบ ประมาณ 96 ห่อ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 จึงได้ร่วมกันนำของกลางจำนวนดังกล่าว ไปเก็บรักษาไว้ ณ สถานีเรือเชียงแสน หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตเชียงราย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป















ภาพข่าวศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 3  (นกพิราบศูนย์ข่าว พิจิตร) รายงาน 0831671688


“สส.เอลวิส แบกไม้-สร้างสะพาน ช่วยชาวบ้านห้วยแมง”


 “สส.เอลวิส แบกไม้-สร้างสะพาน ช่วยชาวบ้านห้วยแมง” ตรวจสะพานตาดหมาหอนพบเศษสวะ ท่อนไม้ เศษไม้ไผ่ กิ่งไม้ ใหญ่-เล็ก ขวางทางน้ำ เหตุตอม่อหลายต้นตั้งถี่ หาหน่วยงานเจ้าของสะพานไม่เจอ ทำน้ำทะลักท่วมเข้าบ้านเกือบ 100 หลังคา เดือดร้อทรัพย์สินเสียหายทุกปี “น้ำไผ่”8 หมู่บ้านเจอน้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่มรอบ2 ทำถนน สะพานฝายน้ำล้น ระบบประปา พื้นที่เกษตรเสียหาย ปภ.ติดตั้งสะพาน แบรี่ย์ ถนนบ้านห้วยคอม ใช้สัญจรชั่วคราว

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 65 นายศรัณย์วุฒิ  ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ เขต2 และ น.ส.รสรินทร์  ศรัณย์เกตุ บุตรสาว พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่เยี่ยมราษฎรและตรวจสะพานข้ามลำห้วยพื้นที่ หมู่ 4 บ้านเลิศชัย ต.จริม เชื่อมติดต่อกับพื้นที่หมู่ 3 บ้านดงงาม ต.ท่าปลา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า ช่วงฤดูฝนมักจะมีน้ำป่าไหลหลากมาเป็นประจำทุกปี และในปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ได้เกิดน้ำป่าหลากจากแม่น้ำ 2 สาย ประกอบด้วยน้ำในแม่น้ำห้วยเฮี้ยและแม่น้ำห้วยคอม ไหลมาบรรจบกันที่สะพานตาดหมาหอน ได้นำเศษสวะ ประเภทกิ่งไม้ ท่อนไม้ ต้นกล้วย เศษไม้ไผ่ ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ไหลลงมาตามแม่น้ำแล้วมากองรวมกันอยู่ที่บริเวณเสาตอม่อใต้สะพานรวมกันเป็นจำนวนมาก เศษไม้ดังกล่าวได้ขวางเส้นทางน้ำ จึงทำให้น้ำไม่ไหลผ่านใต้สะพาน แต่ดันน้ำทั้งหมดให้เอ่อล้นออกไปทางข้างของสะพานทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ส่งผลทำให้น้ำทะลักท่วมถนนและไหลท่วมบ้านเรือนราษฎรพื้นที่หมู่ 3 บ้านดงงาม ต.ท่าปลา และ หมู่4 บ้านเลิศชัย ต.จริม ที่อยู่บริเวณแถวนั้น จำนวน 85 หลังคาเรือน ทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากได้รับผลกระทบเป็นประจำทุกปี 

โดยมี นายสมพร  นะถา นายก อบต.ท่าปลา และคณะผู้บริหาร นายวิโรจน์  เขียวมณีวรรณ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.จริม พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายอั้น  ทิมา สท.หมู่ 4 ต.จริม และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าท่วมบ้าน รอให้การต้อนรับที่บริเวณสะพาน ทั้งนี้ สท.อั้น  กล่าวชี้แจงถึงปัญหาที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับเป็นประจำทุกปีว่า เกิดจากแม่น้ำ 2 สาย ที่อยู่เหนือสะพาน ไหลมาบรรจบรวมกัน ทำให้มีปริมาณน้ำมาก และยังมีเศษสวะ กิ่งไม้ ท่อนไม้ ต้นกล้วย เศษไม้ไผ่ ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ไหลมาปิดเส้นทางน้ำที่บริเวณใต้สะพาน ทำให้น้ำไม่สามารถไหลรอดใต้สะพานได้ เหตุเพราะเสาตอม่อรองรับสะพานถี่เกิน ปริมาณน้ำจำนวนมากจึงเอ่อล้นทะลักออกด้านข้างของตัวสะพานทั้งซ้ายและขวา ไหลท่วมบ้านของชาวบ้านที่อยู่บริเวณแถวนั้น สาเหตุที่เศษสวะดังกล่าวปิดเส้นทางน้ำใต้สะพาน เพราะว่ามีการก่อสร้างตอม่อระยะถี่ติดกันจำนวนหลายเสา ไม่เหมือนเสาตอม่อปกติที่มีระยะห่างเหมือนกับสะพานทั่วไป จึงอยากให้ นายศรัณย์วุฒิ  สส.อุตรดิตถ์ ช่วยหาทางแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านด้วย เนื่องน้ำถูกน้ำท่วมประจำทุกปี  สิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือให้มีการทุบทิ้งและสร้างสะพานขึ้นมาใหม่ ที่ผ่านมาเทศบาลตำบลจริมได้ทำหนังสือถึงนายอำเภอท่าปลาแล้ว ถูกตีกลับพร้อมแจ้งเหตุผลว่าให้ประสานกับหน่วยงานที่เป็นเจ้าของสะพาน ซึ่งยังหาหน่วยงานเจ้าของสะพานไม่เจอ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศรัณย์วุฒิ  สส.อุตรดิตถ์ เขต2 กล่าวว่า จะต้องแบ่งงานออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกที่เร่งด่วนจะต้องทำทันทีเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และจะขอดูว่าใครเป็นเจ้าภาพ สำหรับเทศบาลตำบลจริมคงหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่ หากมีข้อจำกัดจะหาทางช่วยประสานกับเทศบาลตำบลจริมร่วมมือกันเพื่อให้ชาวบ้านมีทางออก ส่วนที่สองจะต้องดำเนินการแบบถาวร ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบนี่คือปัญหา เมื่อตนมาถึงที่นี่แล้วจะไปตามว่าหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อให้เข้ามาแก้ปัญหาให้กับชาว บ้านในพื้นที่ทั้ง 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน จะได้ไม่ต้องเจอปัญหาน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านซ้ำซากอีก  หลังนายศรัณย์วุฒิ กล่าวเสร็จสิ้นถึงแถวทางการแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านในครั้งนี้ ก็ได้รับเสียงตบมือดังกึกก้อง สส.อุตรดิตถ์ เขต2 พร้อมชาวบ้านได้เดินชมจุดตอม่อใต้สะพานพบว่า ยังมีเศษสวะหลงเหลือติดค้างอยู่ใต้สะพานจำนวนหนึ่ง พร้อมรับปากจะหาทางแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านในครั้งนี้

จากนั้น นายศรัณย์วุฒิ พร้อมทีมงาน เดินทางไปยังพื้นที่หมู่ 3 บ้านห้วยแมง ต.น้ำไคร้ อ.น้ำปาด เพื่อดูความเดือดร้อนกรณีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร และกระแสน้ำยังได้พัดเอาสะพานไม้ที่ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้นมา ใช้สำหรับข้ามแม่น้ำคลองตรอน เพื่อขนพืชผลทางการเกษตรและพืชไร่ที่ชาวบ้านปลูกไว้ในพื้นที่หมู่เดียวกัน แต่อยู่คนละฝั่งแม่น้ำ ได้นำพืชผลทางการเกษตรออกขายสู่ตลาดได้ ปัจจุบันสะพานแห่งนี้ถูกกระแสน้ำป่าไหลหลากพัดเอาส่วนตัวสะพานด้านทิศใต้พังขาดหายไป เมื่อเดินทางมาถึงพบเห็นสภาพพื้นที่การเกษตรถูกน้ำป่าพัดพาผลผลิตได้รับความเสียหาย ต้นไม้ใหญ่ถูกพัดมากองรวมกัน ชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้นำเครื่องมือประเภทเลื่อนยนต์ เลื่อยมือช่วยกันตัดไม้ใหญ่ที่ถูกพัดมา ตัดแปรรูปเป็นแผ่นสำหรับปูทำสะพานข้ามแม่น้ำคลองตรอนที่ชำรุดเสียหาย โดยนายศรัณย์วุฒิพร้อมลูกสาวร่วมให้กำลังใจกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ร่วมแบกหามไม้แผ่นแปรรูป ขนไปสร้างสะพานพร้อมชาวบ้าน และลงมือตอกตะปูสร้างสะพานด้วยตัวเอง พบเห็นความเดือดร้อนที่ชาวบ้านได้รับในวันนี้ จึงรับปากว่าจะหาหนทางประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องช่วยเข้ามาสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กให้แทนสะพานไม้เดิม ยังความประทับใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก 

ขณะเดียวกัน สส.ศรัณย์วุฒิ  พร้อมทีมงาน ได้เดินทางต่อยังพื้นที่บ้านห้วยคอม หมู่ 4 ต.น้ำไผ่ อ.น้ำปาด เพื่อรับฟังปัญหาความเดือด้อนของชาวบ้านในพื้นที่ตำบลน้ำไผ่ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่มเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา มีจำนวน 8 หมู่บ้านที่ได้รับความเสียหาย ประกอบด้วย บ้านเรือน 41 หลัง สะพาน ท่อลอดเหลี่ยม 5 แห่ง ถนน 8 สาย ฝายน้ำล้น 1 แห่ง ระบบประปา 8 แห่ง พื้นที่การเกษตร 1,317 ไร่ 463 ราย บ่อปลา 6  เป็ดและไก่ จำนวน 265 ตัว โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)เขต 9 จ.พิษณุโลก ได้ติดตั้งเชื่อมต่อสะพานบ้านห้วยคอม เป็นสะพานแบรี่ย์ โดย ทหาร ม.พัน 7 และแขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่2 ให้การสนับสนุนกำลังคนและเครื่องจักรกล ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานได้เข้าให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ในส่วนของนายศรัณย์วุฒิ จะขอประสานกับกรมส่ง เสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟูสิ่งสาธารณประโยชน์ให้กับคนในพื้นที่ มีนายชาวิสิทธิ์  ขิงหอม นายก อบต.น้ำไผ่ พร้อมผู้ใหญ่บ้าน 8 หมู่บ้าน พร้อมชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับ จากนั้น สส.ศรัณย์วุฒิ และ น.ส.รสรินทร์ได้นำถุงยังชีพมอบให้กับราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 100 ถุง และเดินทางต่อไปยังบ้านวังตะเคียน หมู่ 8 ต.ผักขวง อ.ทองแสนขัน นำถุงยังชีพ จำนวนหนึ่งไปมอบให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่



















นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2565

"คนกล้า ปทุมธานี"พิธีมอบโล่รางวัลเกียรติยศ โครงการจิตอาสากู้ชีพไทย เทิดไท้องค์ราชัน


"คนกล้า ปทุมธานี"พิธีมอบโล่รางวัลเกียรติยศ โครงการจิตอาสากู้ชีพไทย เทิดไท้องค์ราชัน

ประจำปี ๒๕๖๓ และประจำปี ๒๕๖๔ โครงการอบรมการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และการใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ(AED)ในวันเสาร์ที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๕ ณ.อาคารกีฬาเวสน์ ๒ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น)เขต ดินแดง กรุงเทพมหานคร

มูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในพาราชูปถัมภ์ ได้มอบโล่แห่งเกียรติยศ "เกียรติยศคนกล้า" ประจำปี ๒๕๖๓ เพื่อแสดงว่า "นาย รัตติพงษ์ ทองถนอม" เจ้าหน้าที่จิตอาสาช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในภาวะฉุกเฉินประจำจังหวัดปทุมธานี ด้วยความกล้าหาญและเสียสละเป็นที่น่ายกย่องสรรเสริญยิ่ง อันจะนำไปสู่การยึดถือเป็นแบบอย่างในการทำความดี เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติสืบไป พิธีมอบรางวัลณวันที่ ๒๗ เดือนสิงหาคม พ.ศ ๒๕๖๕






ต้อม สิงห์1 รายงาน/ข่าว

มทภ.2 เยี่ยมครอบครัว วีรบุรุษทหารกล้า ผู้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย–กัมพูชา พลโท วีระยุทธ รักศิลป์  แม่ทัพภาคที่ 2 ได้...